ปัญหาของทุกบ้านที่มีเด็กเล็กมักเจอ นั่นก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับประตู ไม่ว่าจะเป็น ลูกถูกประตูหนีบ, บานประตูเปิดมาแล้วกระแทกโดน, ลูกเปิดประตูออกไปนอกบ้านเอง, กระจกประตูแตก, ลูกล็อคประตูจากข้างใน หรืออีกมากมายที่อาจเกิดอุบัติเหตุได้ จึงเป็นเหตุผลที่เราต้องมีการป้องกัน และมีการดูแลที่ดีมากขึ้นเพื่อให้ลูกของเราปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน
ซึ่งจะต้องระวังยังไงบ้างเรามาดูกันเลยค่า
อุบัติเหตุที่เกิดจากประตูเกิดจากอะไรได้บ้าง
สิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันอาจทำให้เราไม่ทันได้สังเกตว่า ประตูซักประตูของบ้าน อาจทำให้ลูกของเราเสี่ยงอยู่ในอันตรายโดยที่เราไม่คาดได้ซึ่งเหตุการณ์ที่มักเกิดขึ้นเกี่ยวกับการใช้ประตูของลูก มักเกิดปัญหาได้ดังนี้
- ถูกประตูหนีบหรือทับเอาจากการเปิด-ปิด
- เผลอกดล็อคจนทำให้ลูกติดอยู่ในห้อง
- ประตูเป็นแบบกระจก และแตกได้
- บานประตูรั้วหลุดลงมา และทับเด็ก
- ประตูไฟฟ้าเลื่อนมาโดยที่เด็กติดอยู่ที่ตัวเลื่อน
วิธีป้องกันที่ 1
ประตูหนีบลูก
อันนี้อาจเป็นเหตุการณืที่พบเจอได้บ่อยสุดแล้วเมื่อเจ้าตัวเล็กของบ้านเปิดปิดประตู และยังไม่ทันจะได้เอามือหรือเท้าออก ประตูก็อาจจะปิดลงมาแล้วโดยไม่ทันได้ระวังตัว อาจก่อให้เกิดแผล หรืออาการบาดเจ็บรุนแรงได้ยิ่งหากประตูนั้นทั้งหนักและแข็ง วิธีแก้ไข หรือป้องกันจึงสามารถทำได้ดังนี้
- หุ้มขอบประตูด้วยวัสดุที่นุ่มและยืดหยุ่นเพื่อลดความรุนแรงในการโดนหนีบ
- ก่อนเปิดหรือปิดประตูให้ก้มมองเสมอว่าลูกอยู่ใกล้ๆ ประตูหรือไม่
- หากลูกเริ่มพูดได้ ให้ส่งเสียงบอกเสมอเมื่อกำลังอยู่ใกล้ประตู เพื่อให้เรารู้ทุกครั้งเวลาลูกกำลังผ่านแต่ละประตูไป
วิธีป้องกันที่ 2
ลูกกดล็อคประตูเอง
อีกปัญหาที่เจอกันได้ทุกบ้านเมื่อลูกเริ่มสูงพอจะจับลูกบิดประตูเองได้ ทำให้บ่อยครั้งเวลาหลังบิดมักจะเผลอกด หรือลองกดดู สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าทำให้ลูกติดอยู่ในห้อง ไม่สามารถเปิดประตูออกมาเองได้ หรือแม้แต่ตัวพ่อแม่เองก็เข้าไปช่วยออกมาไม่ได้ และยิ่งอันตรายหากเป็นห้องน้ำ หรือห้องครัวที่เต็มไปด้วยอุปกรณืสุ่มเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุอย่าง พื้นที่แฉะน้ำ, อ่างน้ำที่มีน้ำเต็ม , ของมีคมในห้องครัว เราจึงต้องหาวิธีป้องกันเช่น
- มีกุญแจสำรองที่ทิ้งไว้ที่บ้าน และสามารถหยิบใช้ได้อย่างรวดเร็ว
- เรียนรู้กลไกตัวลูกบิดที่ซื้อมา ว่าสามารถใช้อะไรไขแทนได้บ้าง หากหากุญแจไม่เจอ
- สอนลูกให้รู้จักการบิดประตู หมุนขวา หมุนซ้ายให้เป็น เพื่อทำให้สามารถปลดล็อกเองได้
วิธีป้องกันที่ 3
กระจกประตูแตก
กระจกของประตูแต่ละที่นั้น มักมีความหนาและแข็งแรงไม่เท่ากัน ซึ่งสำหรับประตูกระจกเองก็มักมีข่าวอยู่หลายครั้งเกี่ยวกับการใช้ว่ามีการแตกพัง หรือระเบิดออกมาซึ่งหากบ้านไหนมีเด็กเล็กหรือคนแก่ จะยิ่งอันตรายกว่าปกติมากด้วยเศษแก้วที่ตกอยู่ตามพื้น หรือแรงระเบิดที่ชิ้นส่วนต่างๆ ของบานกระจกกระเด็นออกมานอกเหนือรัศมีรอบประตู การป้องกันหรือแก้ไขจึงเริ่มได้ตั้งแต่
- หากรู้ว่ากำลังจะมีลูกอ่อน เลือก, เปลี่ยนประตูแบบอื่นแทนประตูกระจก
- ติดสติ๊กเกอร์หรือผ้าใบเพื่อให้เห็นว่ามีอะไรกั้นอยู่ ไม่ให้ลูกเผลอวิ่งชน
- ติดฟิลม์ซิลิโคนเพื่อกันเวลาแตกแล้วเป็นชิ้นร่วงลงมา
วิธีป้องกันที่ 4
ประตูรั้วหล่นทับ
ประตูที่ใหญ่ที่สุดของบ้านอย่างไรก็คงไม่พ้นประตูรั้วที่มีหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นแบบลากธรรมดา, แบบเลื่อนไฟฟ้า หรือแบบเปิดปิดจากประตูทั้ง 2 ด้าน ซึ่งปัญหาที่เจอนั้นก็มักจะแตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็น ประตูมีช่องแง้มทำให้ลูกสามารถลอดตัวออกไปได้ , ประตูตกรางเลื่อนทำให้ล้มลงมา, ระบบไฟฟ้าของตัวเลื่อนขัดข้องทำให้ประตูช็อตหรือขยับโดยผิดปกติ เราจึงต้องระวังไว้อีกเช่นกันกับประตูบานใหญ่ๆ
- หมั่นล็อคให้แน่นเสมอ ไม่ว่าเราจะอยู่ในบ้านหรือนอกบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกมาเปิดออกไปจากบ้านโดยที่เราไม่รู้
- เช็กระบบไฟฟ้า, สภาพประตูอยู่เสมอเพื่อลดอุบัติเหตุการใช้งานขัดข้อง
- สอนลูกเสมอว่าหากจะออกไปต้องเรียกผู้ใหญ่ในบ้านให้ไปด้วย, ไม่เปิดหรือออกไปเอง เช่น ของเล่นหลุดไปนอกบ้าน, อยากออกไปข้างนอก, อยากซื้อของขายตามรถเข็นที่เข็นผ่าน
ที่มา story.motherhood , ezerrathailandofficial , thaikidssong