คนไทยติดเชื้อ covid-19 เพิ่มขึ้น 8 ราย ยอดสะสม 3,000 ราย
- ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 8 ราย
- ยอดรวมสะสม 3,000 ราย
- หายป่วยแล้ว 2,784 ราย
- ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 55 ราย
.
ผู้ป่วยรายใหม่ พบว่ามาจากการหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชน 3 ราย ที่ จ.ยะลา เป็นผู้ป่วยชายไทยทั้งหมด 45 ปี และ 51 ปี มีประวัติสัมผัสผู้ที่เดินทางกลับมาจากมาเลเซีย และศูนย์กักกัน ตรวจคนเข้าเมือง อีก 5 ราย อ.สะเดา จ.สงขลา อายุ 19-30 ปี รวมเป็น 8 ราย
อ้างอิงจาก : https://covid19.th-stat.com/
ปีการศึกษา 63 นี้ ไม่มีปิดเทอม !! เปิดเทอม 1 กค. – 30 เมษ. 64
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อธิบายการเลื่อนวันเปิดเทอม ซึ่งจากเดิมเปิดภาคเรียนที่ 1 ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 โดยเลื่อนมาเป็นวันเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 แทน
เนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้ของโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้มีผลกระทบต่อการเรียนการสอนของครู นักเรียน และอาจารย์
ในการเลื่อนเปิดภาคเรียน จะแบ่งเวลาดังนี้
- ภาคเรียนที่ 1 : เปิดเรียนวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 พฤศจิกายน 2563 (รวม 4 เดือน)
- ภาคเรียนที่ 2 : เปิดเรียนวันที่ 1 ธันวาคม 2563 – 30 เมษายน 2564 (รวม 4 เดือน)
โดยจะไม่มีการปิดเทอมภาคเรียนที่ 1 แต่จะมีการปิดเทอมภาคเรียนที่ 2 จำนวน 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 พค. – 15 พค. 2564 เพื่อที่จะสามารถเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2564 ได้ตามปกติเหมือนเดิม
จี้โรงเรียน เลิกติดป้ายประกาศชื่นชมนักเรียน
วันที่ 8 พ.ค. นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม กพฐ. ว่า ที่ประชุมหารือเรื่องหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พัฒนาขึ้นใหม่ โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เห็นชอบหลักสูตรฐานสมรรถนะใหม่นี้แล้ว
โดยนายเอกชัยกล่วว่า ” การเรียนตามหลักสูตรฐานสมรรถนะจะต้องปรับปรุงการเรียนการสอนด้วย ผมพบปัญหาพฤติกรรมของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ที่ยังติดกับรูปแบบเดิม คือไปเคี่ยวให้ผู้อำนวยการ และครูทุกโรงเรียน ต้องทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาเพิ่มขึ้นทุกปี ถ้าไปเคี่ยวโดยไม่สนใจพัฒนาการของนักเรียน อาจจะเกิดผลเสียง ควรจะเปลี่ยนเป็นว่าโรงเรียนต้องรายงานพัฒนาการของนักเรียน โดยที่นักเรียนจะต้องมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นทุกปี หากกำหนดเช่นนี้ เชื่อว่าการศึกษาจะพัฒนาได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ผมคิดว่าโรงเรียนแข่งขันสูง ไม่ว่าจะเป็นในต่างจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร ควรเลิกใช้เด็กมาสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน โดยติดป้ายประกาศหน้าโรงเรียนชื่นชมนักเรียนว่าสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยไหนได้บ้าง คณะใดบ้าง ผมอึดอัดกับวิธีนี้มาก เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งทาง สพฐ.รับเรื่องไปพิจารณาแล้ว ”
อ้างอิงจาก : https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_4090799
ปตท.-บางจาก ปรับราคาน้ำมันขึ้นกลุ่มแก๊สโซฮอล์ 60 สตางค์
ในวันที่ 9 พค. 63 เวลา 05.00 น. บางจากฯ จะขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินทุกชนิด บวกเพิ่ม 50 สตางค์ ยกเว้น E85 บวกเพิ่ม 30 สตางค์ สำหรับกลุ่มดีเซลทุกชนิดราคาน้ำมันขึ้นเท่าเดิม
ทางด้าน PTT Blue Societyโพสต์ข้อความ ระบุว่า… ขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ +50 ส.ต. ยกเว้น E85 +30 ส.ต. ส่วนน้ำมันกลุ่มดีเซลทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น พีทีที อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล, พีทีที อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซลพรีเมียม, พีทีที อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล B10 และ พีทีที อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล B20 ราคาน้ำมันขึ้นเท่าเดิม มีผลวันพรุ่งนี้ (9 พ.ค. 63) ตั้งแต่เวลาตี 5 เป็นต้นไป
อ้างอิงจาก : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/879679?utm_source=homepage_hilight&utm_medium=internal_referral
กรมอุตุฯ ประกาศเตือนพายุฤดูร้อนลูกใหม่ อีสานโดนก่อน – กทม.ไม่รอด
วันที่ 8 พ.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 10-13 พ.ค.2563)” ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 8 พ.ค.2563
ระบุว่า ในช่วงวันที่ 10-13 พ.ค.2563 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น
โดยจะเริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า
โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก จะเริ่มมีผลกระทบในคืนวันที่ 10 พ.ค.2563 ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเริ่มได้รับผลกระทบในวันถัดไป (วันที่ 11 พ.ค.2563)
จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
อ้างอิงจาก : https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_4092484