เนื่องจากสภาพอาการแปรปรวน ทำให้คาดว่าจะพบผู้ป่วยโรคหัดมากขึ้นจึงควรเฝ้าระวังการติดเชื้อโรคหัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรคนี้เป็นโรคติดเชื้อที่ติดต่อได้ง่าย โดยเฉพาะในพื้นที่ทีมีประชากรหนาแน่นและทำงานกันเป็นกลุ่มก้อน โรคนี้พบได้ในทุกวัยแต่จะพบในกลุ่มเด็กเล็กได้บ่อยที่สุด
จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถาการณ์โรคหัดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 9 กรกฎาคม 2561 พบผู้ป่วยแล้ว 1,316 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ 15-24 ปี (ร้อยละ 26.98) โดยพบมากในภาคกลาง
โรคหัดเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส พบว่ามีอัตราการติดต่อสูงถึงร้อยละ 90 ซึ่งสูงกว่าโรคไข้หวัดใหญ่อาการที่พบบ่อยคือ ไข้ออกผื่น โดยมักมีอาการไข้ประมาณ 3 วันแล้วจึงเริ่มมีผื่นสีแดงขึ้นตามตัว อาจมีอาการคัน มักเริ่มขึ้นจากศีรษะแล้วค่อยๆ ขยายลงมาที่ใบหน้า ลำตัวและแขนขา
ในรายที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ไข้และผื่นจะค่อยๆ ลดลงและหายไป ผิวหนังบริเวณที่เป็นผื่นอาจจะลอกหรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำขึ้นได้ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้ ได้แก่ ท้องเสีย หูชั้นกลางอักเสบ ไปจนถึงภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ อาการชัก ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งแบบที่มีไข้และไม่มีไข้ ไข้สมองอักเสบและอาจเสียชีวิตได้
นอกจากนี้พ่อแม่ควรพาลูกไปรับวัคซีนโรคหัด คางทูมและหัดเยอรมันให้ครบตามกำหนด ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะป่วยด้วยโรคหัด และถ้ามีอาการหรือสงสัยว่าเป็นควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย
อ้างอิงจาก